วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

บทที่ 6 ทรัพย์สินทางปัญญา

                ทรัพย์สินทางปัญญา คือ ความรู้ที่เกิดจากการคิดค้นจนทําให้เกิดมีค่าขึ้นได้ หรือจะกล่าวอีกนัย หนึ่งว่า ทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ การที่ผู้ใด หรือคณะบุคคลใด ร่วมกัน ประดิษฐ์ คิดค้น ออกแบบ สร้างสรรค์จนเกิดผลขึ้นมา และผลงานนั้นมี คุณค่าสามารถใช้ประโยชน์ ได้ทั้งงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมและเป็นสิทธิทางกฎหมายที่มีอยู่เหนือสิ่งที่เกิดจาก ความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญาของมนุษย์ผลงานอันเกิดจากการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา แบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้

      1.) ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Industrial property) เป็นความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่เกี่ยวกับสินค้าอุตสาหกรรม โดยอาจเป็นความคิดในการประดิษฐ์คิดค้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม หรือเทคนิค ในการผลิตที่ได้ปรับปรุงหรือคิดค้นขึ้นใหม่หรือที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า


ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม สามารถแบ่งประเภทออกได้ดังนี้

  1.1 สิทธิบัตร (Patent) หมายถึง หนังสือสําคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้นหรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกําหนด
     -  การประดิษฐ์คือ การคิดค้นหรือคิดทําขึ้นเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธีใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
    -  การออกแบบผลิตภัณฑ์ หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างไปจากเดิม
  1.2 เครื่องหมายการค้า (Trademark) เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการอาจเป็นภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คํา ข้อความ ตัวหนังสือ ตัวเลข ลายมือชื่อหรือสิ่งเหล่านั้นอย่างใดอย่างหนึ่งรวมกันก็ได้
                   
- ตราสินค้าหรือยี่ห้อสินค้า
                         
                    

 –  เครื่องหมายสําหรับสินค้า (Goods Marks) คือตราสินค้าที่ติดอยู่กับตัวสินค้า  เพื่อให้จดจําง่าย                    นั้นเอง ซึ่งเราได้พบเห็นกันอยู่ทั่วไป
               
-  เครื่องหมายบริการ (Service Mark) เป็นเครื่องหมายที่ใช้ในธุรกิจบริการ
                
 เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) เป็นเครื่องหมายที่รับรองคุณภาพของสินค้า
                  
               
               
 - เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) เป็นเครื่องหมายที่ใช้ร่วมกับ บริษัทในเครือ
               
   1.3 ความลับทางการค้า (Trade Secrets)       ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคล ซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่นําไปใช้ประโยชน์ทางการค้า เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่เจ้าของ หรือผู้มีหน้าที่ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม รักษาไว้เป็นความลับ
  1.4 ชื่อทางการค้า (Trade Name)
      ชื่อที่ใช้ในการประกอบกิจการ  เช่น ไทยประกันชีวิต ขนมบ้านอัยการ โกดัก ฟูจิ เป็นต้น
  1.5 สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication)
      สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หมายถึง ชื่อ สัญลักษณ์ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ เรียกหรือใช้แทนแทนแหล่งภูมิศาสตร์
      2.)  ลิขสิทธิ์ (Copyright)  เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถและความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์ งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็น "ทรัพย์สิน ทางปัญญา" ประเภทหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
งานสร้างสรรค์ที่มีลิขสิทธิ์
งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์
งานนาฏกรรม เช่น งานเกี่ยวกับการรํา การเต้น การทําท่าหรือการแสดง ที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว การแสดงโดยวิธีใบ้
งานศิลปกรรม เช่น งานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์สถาปัตยกรรม ภาพถ่าย ภาพประกอบแผนที่ โครงสร้าง ศิลปประยุกต และรวมทั้งภาพถ่าย และแผนผังของงานดังกล่าวด้วย
งานดนตรีกรรม เช่น เนื้อร้อง ทํานอง และรวมถึงโน้ตเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสาน
งานโสตทัศนวัสดุ เช่น วีดีโอเทป แผ่นเลเซอร์ดิสก  เป็นต้น
งานภาพยนตร์
งานสิ่งบันทึกเสียง เช่น เทปเพลง แผ่นคอมแพ็คดิสก์ เป็นต้น
งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น การนําออกเผยแพร่ทางสถานีกระจายเสียง หรือโทรทัศน์
งานอื่นใดอันเป็นงานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือ แผนกศิลปะ

จากคลิปวิดีโอ
      ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ตนได้ทำขึ้น อันได้แก่ สิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนำงานนั้นไปทำเช่นว่านั้นด้วย
        การละเมิดลิขสิทธิ์ หมายถึงการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของผลงานไม่อนุญาตหรือไม่ได้รับทราบ
       เครื่องหมายการค้า หมายถึง ตราสินค้าหรือส่วนหนึ่งของตราสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เจ้าของมีสิทธิตามกฎหมายเพียงผู้เดียว เราไม่สามารถใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นและบุคคลอื่นก็ไม่สามารถใช้เครื่องหมายการค้าของเราได้ เว้นแต่จะมีสัญญาและข้อตกลงต่อกัน (เช่นการควบกิจการ) สัญลักษณ์อาจจะประกอบไปด้วย ชื่อ ข้อความ วลี สัญลักษณ์ ภาพ งานออกแบบ หรือหลายส่วนร่วมกัน โดยมีความหมายทางด้านทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องหมายแสดงถึง ชื่อสินค้าเฉพาะอย่าง หรือทุกประเภทในเครื่องหมายการค้าจะเป็นการแสดงภาพเครื่องหมาย ชื่อ ตราสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึง อ้างถึง มีความหมายถึงสิ่งใด ๆ ก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น